วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.ฟิลลิป : AS ราคาพื้นฐานปี 54 ที่ 14 บาท แนะนำ “ซื้อ”

บล.ฟิลลิป : AS ราคาพื้นฐานปี 54 ที่ 14 บาท แนะนำ “ซื้อ”

2Q53 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 59.72% YoY แต่ต่ำกว่าคาด
2Q53 รายได้ลดลง 1.90% YoY มาอยู่ที่ 354.26 ล้านบาท จากเกมออนไลน์ที่เติบโต
2.50% โดยรายได้ในประเทศเติบโต 4.07% มาจากรายได้เกมใหม่ “Twelve Sky 2” ที่เปิด
ใน 1Q53 แต่รายได้ต่างประเทศลดลง 0.94% ส่วนเกมอ๊อฟไลน์รายได้ลดลง 95.76% ลดลงทั้ง
ในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากไม่ได้เป็นตัวแทนขายเกมในบริษัทอื่น ต้นทุนลดลง 14.87%
เนื่องจากค่าลิขสิทธ์ของเกมเก่า ๆ หมดลง ในขณะที่เกมใหม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ลดลง ค่าใช้จ่ายขาย/
บริหารลดลง 15.70% จากการปรับลดจำนวนพนักงานในต่างประเทศจาก 200 คน เหลือ 140
คน, การย้าย Customer Service จากสิงคโปร์ไปมาเลเซียซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า และค่าใช้จ่าย
การตลาดที่ถูกเลื่อนไปตามเปิดเกมใหม่ จึงส่งผลให้กำไร สุทธิเพิ่มขึ้น 59.72% YoY และ
17.57% QoQ มาอยู่ที่ 73.88 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 79.24 ล้านบาท โดยกำไรในประเทศ
เติบโต 27.16% YoY เป็น 67.98 ล้านบาท และในต่างประเทศมีกำไร 5.90 บาทจากที่ขาดทุน
7.21 ล้านบาทในปีก่อน
ครึ่งปีแรกรายได้อยู่ที่ 714.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.26% แต่การควบคุมต้นทุนและ
ค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 83.26% เป็น 136.71 ล้านบาท และประกาศจ่ายปันผล 0.43
บาท/หุ้น XD วันที่ 26 ส.ค. และจ่าย 9 ก.ย. 2553

แนวโน้มครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก ทั้งจากฤดูกาลและการเปิดเกมใหม่
ปกติในครึ่งปีหลังจะเป็นฤดูกาลที่สูงกว่าครึ่งปีแรกโดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่จะสูงสุด
ของปี อีกทั้งมีการเปิดเกมในไทยอีก 2 เกม “Rohan” ที่เริ่มมีรายได้ 29 ก.ค. 2553 ในวันแรก
สามารถทำรายได้สูงเป็นเท่าตัวของ “Twelve Sky 2” ถือเป็นเกมใหม่ที่ประสบความสำเร็จในปี
นี้ และในต้นเดือน ก.ย. จะเปิดเกมใหม่ “8 เทพอสูรมังกรฟ้า” ซึ่งประสบความสำเร็จมากในจีน
จึงมองว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีไทย และน่าจะทำรายได้ดีเช่นเดียวกับ “Rohan” ส่วนในต่าง
ประเทศ 2Q53 มีการเปิดเกม “Ray City และ Monster Forest” ที่สิงคโปร์ รายได้ยังไม่ดี แต่
ก็คาดว่าจะค่อยๆปรับตัวขึ้น และครึ่งหลังจะเปิด เกม “Priston Tale 2” ที่มาเลเซีย
และ “Battle of Immortal” ที่สิงคโปร์ จึงทำให้ทางฝ่ายมองว่าใน ครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก

ต้นทุนมีแนวโน้มลดลง ขยายไปซอฟท์แวร์อื่น และการลงทุนในต่างประเทศ
AS ได้จับมือกับ 1-2-Call ในการทำ Cash Card ซึ่งสามารถนำมาเติบในเกมของ
AS ได้ จะเริ่มเปิดตัวใน 3Q53 นี้ AS คาดว่าจะทำให้ต้นทุนการกระจายบัตรเติมเงินในเกมลด
ลงราว 5% ของต้นทุนดังกล่าว นอกจากนี้ยังเข้าสู่ Utilities Software มากขึ้นหลังเปิดตัว
Software Anti Virus “Kingsoft” โดยจะมี ALZip และ ALSee ซึ่งเป็นโปรแกรมในการ
Zip File และตกแต่งภาพ โดยจะเก็บค่าบริการเฉพาะลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือองค์กร ส่วนการลง
ทุนในต่างประเทศยังมองไปที่เวียดนามและอินโดนีเซีย ใช้เงินลงทุนเริ่มแรกแห่งละ 70 ล้าน
บาท โดยสิ้นปีนี้อาจจะเข้าลงทุนได้หนึ่งหรือทั้งสองประเทศ

ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2553 ขึ้น และคาดในปี 2554 เติบโต 12.13%
่จากเกมใหม่ที่เปิดและประสบความสำเร็จในครึ่งปีหลัง จึงปรับคาดการณ์รายได้ขึ้นเล็ก
น้อยเป็น1,604.76 ล้านบาท และปรับในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายลงตามทิศทางในครึ่งปี
แรก ทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 279.91 ล้านบาท จากเดิมที่ 251.09 ล้านบาท และ
ในปี 2554 คาดรายได้จะปรับขึ้นเป็น 1,741.12 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตอีก 12.13%
เป็น 313.87 ล้านบาท บนสมมติฐานว่าเกมที่เปิดในครึ่งปีหลัง จะยังได้รับความนิยมต่อเนื่องและ
รับรู้รายได้เต็มปี โดยที่ยังไม่รวมการลงทุนในเวียดนามและ อินโดนีเซีย อิง P/E 14 เท่า ราคา
พื้นฐานปี 2553 อยู่ที่ 12.50 บาท และเพิ่มเป็น 14 บาทในปี 2554 ยังคงแนะนำ “ซื้อ”



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/08/10 เวลา 9:29:20

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น