วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.ธนชาต : PTTAR แนะนำขาย TP Bt20.00

บล.ธนชาต : PTTAR แนะนำขาย TP Bt20.00

กำไรงวด 3Q10 ของ PTTAR น่าจะดีขึ้น ผลักดันโดย GRM ที่แข็งแกร่ง
และไม่มีผลขาดทุนจาก LCM เรายังคงมองลบต่อ aromatic spreads ที่อ่อนแอ
ซึ่งจะกระทบกำไรไปอีก 4 ไตรมาสข้างหน้า PTTAR ไม่ถูก ซื้อขายที่ PE ที่
15 เท่าในปี 2011F เนื่องจากมีอะโรเมติกส์ในสัดส่วนที่สูง และมี debt
leverage มากกว่าโรงกลั่นอื่น เราจึงแนะนำ “ขาย”

ฟื้นตัว แต่ยังไม่สดใส
PTTAR คาดว่ากำไรน่าจะฟื้นตัวในช่วง 3Q10 จาก 2Q10 ที่มีผลขาดทุน
517 ลบ. ซึ่งไม่เหนือความคาดหมายของเรา เนื่องจาก GRM มีแนวโน้ม
แข็งแกร่งตามที่เรากล่าวไว้ในบทวิเคราะห์ “โรงกลั่นยังคงมีแนวโน้มที่ไม่
สดใส” ฉบับวันที่ 16 ก.ค.10 เนื่องจากเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี
ที่ 5.3 พันลบ. เหมือนเดิม กำไรงวด 2H10 ของ PTTAR จึงน่าจะมีสัดส่วน
65% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา แต่เรายังคงมีมุมมองที่เป็นลบต่อ
aromatics spreads และคาดว่าน่าจะยังคงอ่อนแอไปอย่างน้อย 4 ไตรมาส
เพราะอุปทานใหม่ยังคงเข้ามายังตลาดต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการทั่วโลก
ชะลอตัวลง เราจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรีบลงทุน PTTAR มีมูลค่า
แพงที่ PE ที่ 15 เท่าในปี 2011F นอกจากนี้ PTTAR ยังมี downside risk
ต่อกำไรมากกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีสัดส่วนอะโรเมติกส์สูง และมีหนี้สูงที่ 1.2
เท่า vs คู่แข่งที่ 0.6 เท่า แนะนำ “ขาย” โดยมี TP DCF ที่ 20 บาท/หุ้น
กำไรดีขึ้นอย่างมากในช่วง 3Q10 ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดไว้อยู่แล้ว
กำไรของ PTTAR แตะระดับต่ำสุดแล้วใน 2Q10 เนื่องจากการลดลงของ
GRM, aromatics spreads และขาดทุนจากมูลค่าสินค้าคงคลัง ผลการ
ดำเนินงานงวด 3Q10 น่าจะกลับมามีกำไร หนุนโดย GRM ที่แข็งแกร่ง
และมีการเลือกน้ำมันดิบใหม่ ซึ่งทำให้ต้นทุนลดลง โรงผลิต AR2 จะ
ดำเนินงานเต็มไตรมาส vs ช่วง 2Q10 ที่ปิดการดำเนินงาน 1 เดือน
นอกจากนี้เรายังไม่คาดว่าจะมีผลขาดทุนมหาศาลของ LCM อย่างในช่วง
2Q10 เพราะเราไม่คาดว่าราคาผลิตภัณฑ์จะลดลงไปอีกอย่างมาก สำหรับ
ต้นทุน 3Q10 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงจากการปิดโรงผลิต
อะโรเมติกส์ยังคงเป็นปัจจัยลบกดดันกำไรไปอีก 4 ไตรมาส
GRM ที่แข็งแกร่งเป็นบวกต่อ PTTAR เนื่องจากผลิตภัณฑ์โรงกลั่นคิดเป็น
79% ของผลิตภัณฑ์รวม แต่การเพิ่มขึ้นของ GRM US$1/bbl จะเท่ากับ
การเพิ่มขึ้นเพียง US$7 ในเทอมตัน ขณะที่ aromatics spreads น่าจะ
ลดลงมาอยู่ที่ US$50/tonne ในช่วงขาลง เช่นที่เห็นใน 2Q10 ขณะที่ PX
spreads จะอ่อนแอต่อเนื่องไปยังกลางปี 2011 เนื่องจากกำลังการผลิต
PTA ใหม่จะไม่ดูดซับ PX ส่วนเกินจนกว่าจะถึงปลาย 2011 นอกจากนี้เรา
ยังคาดว่าแรงกดดันที่มีต่อ BZ spread จะเห็นชัดเจนในช่วง 2H10
เนื่องจาก 1) จะมีอุปทานใหม่จำนวน 0.9 ล้านตันต่อปี จากเอเชีย และ 0.5-
0.7 ล้านตันต่อปี จากสหรัฐฯ เข้ามา เนื่องจากหลักเกณฑ์ใหม่ของ US ซึ่ง
กำหนดให้โรงกลั่นในสหรัฐฯ ต้องลด BZ ที่ผสมในก๊าซโซลีนลงภายใน 1
ม.ค.11 2) ความต้องการ BZ ที่อ่อนตัวลง เนื่องจากการผลิตยานยนต์ในจีน
ที่ชะลอตัวลง PX-naphtha และ BZ-naphtha spreads ในช่วง 3Q10 จนถึง
ปัจจุบัน ยังคงลดลงอย่างมาก 19% และ 21% จากระดับเฉลี่ยใน 2Q10
กำลังศึกษาแผนที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่ BZ
นอกจากแผน CAPEX 5 ปีที่ US$360m ของ PTTAR ( 57% คือ การ
อัพเกรดผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตรงกับ Euro IV ซึ่งมีกำหนดการที่จะดำเนินงาน
เชิงพาณิชย์ในเดืนม.ค. 2012) PTTAR กำลังศึกษาแผนการเพิ่มมูลค่า
ให้กับ BZ ที่บริษัทผลิต ซึ่งหากทำโครงการนี้ จะทำให้มี CAPEX เพิ่มขึ้น
ราว US$150m PTTAR ได้ลงทุนในโครงการ downstream 2 โครงการ ซึ่ง
ใช้ BZ ที่บริษัทฯ ผลิต ซึ่งก็คือ cyclohexane และ 30% ในPTT Phenol





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/08/10 เวลา 9:15:22

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น