วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.ฟิลลิป : TK ราคาพื้นฐานที่ 9.00 บาท แนะนำ 'ซื้อ'

บล.ฟิลลิป : TK ราคาพื้นฐานที่ 9.00 บาท แนะนำ 'ซื้อ'

สรุปผลประกอบการครึ่งปีแรก 2553
กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2553 มีจำนวน 257.53 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจาก 143.57
ล้านบาท YoY อยู่มากถึง 79.4%
ยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่โต 24.7% และ 54.1% YoY ใน 1H53 โดยมี
ปัจจัยสนับสนุนได้แก่ภาพเศรษฐกิจที่แสดงการฟื้นตัวต่อจากปลายปีก่อน รวมถึงภาวะดอกเบี้ยที่
ต่ำ ทั้งนี้ส่งผลให้ TK มีรายได้ขยายรวมตัว 5.5% นำโดยรายได้เช่าซื้อที่โต 11.6% รายได้
1H53 แบ่งได้เป็น สินเชื่อรถจักรยานยนต์ 72%, สินเชื่อรถยนต์ 3% และรายได้อื่น (ค่า
ธรรมเนียมและบริการ, หนี้สูญรับคืน, ฯลฯ) 25%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมคุมได้ดีโดยอัตรา Cost/Income เฉลี่ยอยู่ที่ 50.5%
เทียบ 57.5% YoY ขณะคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ดีจะเห็นได้จากการตั้งสำรองที่ลดลง
8.9% แม้ยอดเช่าซื้อปรับเพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 NPL (ลูกหนี้เกิน 3 เดือน) เฉลี่ยอยู่ที่
เพียง 3.7% ของพอร์ตสินเชื่อรวมและมี Coverage Ratio อยู่ที่ 141%
หากเทียบผลประกอบการ 1Q และ 2Q พบว่ารายได้อ่อนตัวลงเนื่องจากเป็น Low
Season อีกทั้งมีสำรองเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามกำไรกลับดีขึ้น 4.6% จากรายจ่ายอื่นที่ลดลง
ต่ำเป็นพิเศษ ซึ่งจากการสอบถามพบว่าเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการ ทวงถามและค่าคอมมิสชั่นแก่
ร้านค้าที่ลดลงเป็นหลัก

ผลการดำเนินงานใน 2H53 คาดอ่อนตัวลง
ผู้บริหารได้ปรับเป้าพอร์ตสินเชื่อปี 2553 จาก 15% สู่ 20% หลังยอดขายในครึ่งปีแรก
แสดงการขยายตัวได้ดี ทั้งนี้บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้เพื่อล็อคต้นทุน ระยะยาวเพิ่มเติมอีก 300-
500 ล้านบาท หลังออกไปแล้ว 300 ล้านบาทใน 1H และอีก 500 ล้านบาทในเดือนก.ค. 2553
ส่งผลให้ต้นทุนการเงินเฉลี่ยต่ำกว่าที่ 4% ขณะที่มีต้นทุนคงที่ๆ ราว 80%
ทางฝ่ายคาดกำไรไตรมาส 3 อ่อนตัวลงเทียบ QoQ มาที่ 108.64 ล้านบาทเนื่องจาก
ไตรมาสดังกล่าวเป็นช่วง Low Season เนื่องจากอยู่ในช่วงเพาะปลูก ขณะรายจ่ายคาดกลับสู่
ระดับปกติหลังต่ำเป็นพิเศษ QoQ กำไรทั้งปี 2553 คาดอยู่ที่ 492.52 ล้านบาท ปรับขึ้นจากเดิม
ที่ 429.58 ล้านบาท ราว 14.7% โดยคิดเป็นอัตราการขยายตัว 47.5% YoY คาดหวังปันผลจ่าย
ในอัตรา 0.49 บาท/ หุ้นอิงอัตรา Payout ที่ 50% โดย ณ ระดับราคาหุ้นปัจจุบันยังให้ผลตอบ
แทนในเกณฑ์ดี

คาดหมายสินเชื่อปี 2554 โตในอัตราที่ลดลง
สินเชื่อเช่าซื้อในปี 2554 คาดยังมีทิศทางการโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจากฐานที่กว้าง
ขึ้น อัตราการขยายตัวจะต่ำลง จากการคาดหมายของผู้บริหารว่ายอดขายรถ จักรยานยนต์จะขยาย
ตัวในอัตราไม่เกิน 10% ทางฝ่ายได้ตั้งเป้าสินเชื่อเช่าซื้อของ TK ว่าจะโตได้ราว 12% YoY
กำไรทั้งปีคาดไว้ที่ 532.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% YoY และ 14.3% จากประมาณการเดิม
ของทางฝ่ายที่ 466.11 ล้านบาท

ทางฝ่ายปรับประมาณการราคาพื้นฐานปี 2553-54 มาที่ 8.30 บาท/หุ้นและ 9.00 บาท/หุ้น
โดยรวมทางฝ่ายยังมีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของ TK จากการบริหารงาน
ที่ Conservative และผลตอบแทนปันผลในเกณฑ์ดีส่ำเสมอ คาดเห็นอัตรากำไรได้ไม่ได้รับผล
กระทบอย่างมีนัยจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยตลาดเนื่องจากมีการล็อคต้นทุนไว้แล้ว อีกทั้ง
บริษัทเองไม่มีนโยบายแข่งขันด้านราคาแต่เน้นด้านบริการมากกว่า ราคาพื้นฐานของปี 2553
ปรับขึ้นจาก 6.70 บาท/หุ้นมาที่ 8.30 บาท/หุ้นอิงค่าเฉลี่ย P/BV และ P/E ที่ 1.2 เท่าและ 9.1
เท่าตามลำดับ (ROE 13%) สำหรับราคาหุ้นปี 2554 ประเมินไว้ที่ 9.00 บาท/หุ้น โดยราคาหุ้น
ล่าสุดยังมี Upside ในเกณฑ์ดี จึงปรับคำแนะนำเป็น 'ซื้อ'



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/08/10 เวลา 9:17:15

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น