วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา:CCETแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานปี 54 ที่ 4.7 บาท

การขยายโรงงานใหม่สร้างโอกาสการเติบโต
ปรับขึ้นคำแนะนำเป็น “ซื้อ” และปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานขึ้น 27% จากเดิมเป็น 4.7
บาท โดยใช้คาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 54 ในการกำหนดมูลค่า ซึ่งเราได้ปรับเพิ่มประมาณการ
กำไรปี 53 และ 54 ขึ้น 7-13% จากเดิม ด้วยความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้นจากการออก
ผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการขยายโรงงานในไทยและมาเลเซียจะช่วยรองรับการเติบโตต่อเนื่องใน
2 ปีข้างหน้า กอปรกับมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไรในอนาคต หากแผนการขยายโรงงาน
แห่งใหม่ในไทยและมาเลเซีย และแผนการขยายการลงทุนในแนวดิ่ง (Vertical Integration)
ได้รับการเปิดเผยรายละเอียด

โอกาสเติบโตหลังปี 53 ชัดเจน
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 54-55 ที่มีทิศทาง
การเติบโตที่ชัดเจนขึ้น ด้วยปัจจัยสนับสนุน
1) การขยายโรงงานจะสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่องของยอดขาย แม้ปัจจุบันโรงงาน
ทั้ง 3 แห่งที่มีอยู่ (2 แห่งในไทย 1 แห่งในจีน) มีระดับการใช้กำลังการผลิตกว่า 87% และคาดจะ
เข้าสู่ระดับเต็มกำลังการผลิตใน 1H54 แต่ CCET มีแผนการขยายโรงงานอย่างต่อเนื่อง โดย
มีแผนลงทุน 800 ล้านบาทสร้างโรงงานแห่งใหม่ใกล้โรงงานที่มหาชัย ในงบลงทุนกว่า 800
ล้านบาทคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงาน ติดตั้งเครื่องจักรและผลิตเชิงพาณิชย์ได้ก่อนสิ้นปี 54
(ซื้อที่ดินไว้แล้วจำนวน 13 ไร่ เราคาดจะใช้เวลาก่อสร้างโรงงาน 6-8 เดือนและติดตั้งเครื่องจักร
อีก 2-3 เดือน) นอกจากนี้ยังมีการขยายโรงงานในมาเลเซียด้วยงบลงทุน 325 ล้านบาท ปัจจุบัน
อยู่ระหว่างการทดสอบเครื่องจักร ซึ่งเราคาดว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 4Q53 เราเชื่อว่าโรง
งานแห่งใหม่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายระดับปัจจุบัน (คาดการณ์ปี 53) ไม่ต่ำกว่าปีละ
10% ในปี 54-55 เมื่อประเมินจากเม็ดเงินลงทุนเทียบกับการลงทุนในอดีต และที่ผ่านมา
CCET มักตัดสินใจขยายกำลังการผลิตเมื่อมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าเพียงพอ
2) ส่วนผสมผลิตภัณฑ์ดีขึ้น อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษี (EBITDA margin)
ของ CCET ใน 2Q53 เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติตต่อกันที่ระดับ 4.96% และเป็นระดับ
ที่สูงสุดในรอบ 20 ไตรมาสคาดว่ามีสาเหตุหลักจากการปรับปรุงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก
เริ่มออกผลิตภัณฑ์ใหม่จำพวก Hard Disk และผลิตภัณฑ์ Telecom ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า
ค่าเฉลี่ย นอกจากนี้เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่โรงงานมาเลเซียจะมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่าค่า
เฉลี่ยในปัจจุบันเนื่องจากเป็นโครงการเฉพาะที่ทำให้กับลูกค้ารายใหญ่ในลักษณะ ODM (จะได้
ค่าออกแบบ เพิ่มเติมจากค่ารับจ้างประกอบเช่นธุรกิจ OEM)
3) ลดต้นทุนการผลิตจากการขยายตัวในแนวดิ่ง (Vertical Integration) ตั้งแต่ต้นปีที่
ผ่านมา CCET มีพัฒนาการที่สำคัญคือการเข้าลงทุน 94.5% ใน Avaplus (ผู้ผลิตแม่พิมพ์
ชิ้นส่วนพลาสติก เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ อยู่ระหว่างการทำคำเสนอซื้อหุ้นส่วนที่
เหลือเพื่อเพิกถอนจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน) และลงทุน 16.7% ใน MCE ซึ่งคาดจะเพิ่ม
เป็น 30% ในอนาคต (ผู้ผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนโลหะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น
สิงคโปร์) เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การขยายตัวในแนวดิ่ง ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ใน
อนาคต แม้จะมีมูลค่าเงินลงทุนเบื้องต้นรวมกันเพียง 605 ล้านบาท (30% ของงบลงทุนปี 53)
แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ปี 50 (ไม่รวมการลงทุนในจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการ
ลงทุนโรงงานประกอบที่เป็นลักษณะ OEM เหมือนธุรกิจหลัก) เนื่องจากยังไม่ได้รับการเปิดเผย
ข้อมูลอย่างเพียงพอ อาทิเช่นโรงานแห่งใหม่ ยังไม่ทราบรายละเอียดผลิตภัณฑ์ คาดการณ์ยอด
ขาย โครงสร้างต้นทุนในพัฒนาการข้างต้น ขณะที่การลงทุนเพื่อการขยายตัวในแนวดิ่ง ยังไม่
ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ Synergy และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนครั้งนี้ เรา
จึงไม่ได้รวมไว้ในประมาณการกำไรของเรา และเชื่อว่ามีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการในอนาคต

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 53 และ 54 ขึ้น 7% และ 13% จากประมาณการเดิม
สมมติฐานใหม่ของเราสะท้อน 1) อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นกว่าสมมติฐานเดิมจากการ
ปรับปรุงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ 2) มุมมองเชิงอนุรักษ์มากขึ้นต่อแนวโน้มยอดขายเนื่องจากปัจจุบัน
ทั้ง 3 โรงงานใกล้เต็มการผลิต โดยคาดว่าจะเริ่มเต็มกำลังการผลิตใน 1H54 ซึ่งคาดว่าจะทำให้
ยอดขายปี 54 เติบโตเพียง 10% จากปีนี้ 3) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่ม
ขึ้นจากการเพิ่มบุคคลากรและค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งปรากฏว่า CCET มีค่าใช้จ่าย
ในการขายและบริหารสูงถึง 1,255 ล้านบาท (+40%HoH) ในช่วง 1H53 และเราคาดว่าจะทรง
ตัวระดับนี้ต่อเนื่องในปี 54 เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่

คาดกำไร 3Q53 จะอ่อนตัวเล็กน้อย QoQ จากส่วนผสมผลิตภัณฑ์
เราประมาณการกำไรจากการดำเนินงาน 3Q53 ที่ระดับ 542 ล้านบาท (-3%QoQ,
+25%YoY) จากสมมติฐานยอดขายเติบโต 4%QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่อัตรากำไรขั้นต้นจะ
ลดลงจาก 2Q53 จากส่วนผสมผลิตภัณฑ์ และคาดว่ากำไรจะชะลอตัวลงต่อเนื่อง QoQ ใน
4Q53 (ประเมินเบื้องต้นที่ระดับ 447 ล้านบาท) เนื่องจากคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Telecom ที่มี
อัตรากำไรขั้นต้นสูงจะลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ทำให้กดดันทั้งยอดขายและอัตรากำไรใน 4Q53
อย่างไรก็ตามเนื่องจาก CCET มีการประกาศยอดขายรายเดือนในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนถัด
ไป จึงคาดว่าความผันผวนของผลการดำเนินงานรายไตรมาสที่มีต่อราคาหุ้นจะจำกัด

คาด Dilution effect ปี 53 ที่ 14% จากการเพิ่มทุนและแปลงวอแรนท์
คาดกำไรต่อหุ้น Fully diluted ปี 53 (ไม่รวม FX) จะเติบโต 18% ที่ระดับ 0.44 บาท
เนื่องจาก 14% Dilution effect จากการแปลง CCET-W2 ครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่ 111.5 ล้าน
หน่วย ซี่งจะหมดอายุเดือนก.ย.ปีนี้ และการเพิ่มทุน Taiwan Depository Receipts (TDR)
จำนวนไม่เกิน 400 ล้านหุ้นที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้ง 2 ประเด็นจึงไม่น่ามีนัยต่อราคาหุ้น

ปรับขึ้นคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานปี 54 ที่ระดับ 4.7 บาท (9.5x P/E)
คำแนะนำของเราสะท้อนโอกาสเติบโตของผลการดำเนินงานปี 54-55 รวมถึงโอกาสปรับ
เพิ่มประมาณการกำไรจากการขยายโรงงานและการลดต้นทุนจากการขยายการลงทุนในแนวดิ่ง
และปรับมูลค่าพื้นฐานขึ้นจากเดิม 27% ที่ระดับ 4.7 บาทต่อหุ้น โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานตาม
P/E เป้าหมายที่ 9.5 เท่า ระดับที่ซื้อขายสูงสุดในรอบ 12 เดือน โดยใช้กำไรต่อหุ้นปี 54 ในการ
ประเมินมูลค่า ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E และ P/BV เพียง 8.6 และ 1.0 เท่าตามลำดับ
ซึ่งถูกกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

ปัจจัยเสี่ยง
โครงสร้างหลักของ CCET ยังเป็นธุรกิจรับจ้างผลิต (EMS/OEM) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น
ต่ำ และการแข่งขันที่รุนแรงเมื่อเทียบกับผู้เล่นในกลุ่ม (HANA, DELTA) ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อ
ประมาณการของเรา อยู่ที่แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่มักจะลดลงเมื่อคำสั่งซื้อเร่งตัวขึ้น อย่างไรก็
ตามเชื่อว่าการเติบโตของยอดขายจะทำให้เกิดการประหยัดขนาดและสามารถชดเชยแนวโน้มลด
ลงของอัตรากำไรได้ ขณะเดียวกันหากกลยุทธ์การลดต้นทุนโดยอาศัย Synergy ที่เกิดจากการลง
ทุนในแนวดิ่งประสบความสำเร็จ เชื่อว่า CCET จะมีโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป และจะ
สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระยะยาว



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/08/10 เวลา 9:33:34

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น