บล.ฟิลลิป : QH แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 2.80 บาท
คาดหมายการขายดีขึ้นในช่วงต่อไปตามแผนการเปืดโครงการใหม่
ยอดจองแนวราบ 6 สัปดาห์ใน 3Q52 ได้มาเพียง 1 พันล้านบาท เทียบกับยอดจอง
1Q53 และ 2Q53 ที่ 2.6 พันล้านบาท และ 2.2 พันล้านบาท ยอดจองเริ่มต้น 3Q53 ค่อนต่ำ
ส่วนหนึ่งมาจากโครงการใหม่ที่เปิด 3Q53 ยังเปิดตัวไม่หมด ทางฝ่ายจึงคาดหมายแนวโน้มดีขึ้น
ในช่วงต่อไป โดยทางฝ่ายคงประมาณการยอดจองแนวราบ 2H53 อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท
รวมกับยอดจอง 1H53 ที่ 4.8 พันล้านบาท ยอดจองทั้งปีที่ 10.5 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
ขณะที่ตั้งเป้ายอดจองแนวราบปีหน้าเติบโต 10% เป็น 11.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนการ
เปิดโครงการแนวราบปีหน้าจำนวน 14 โครงการ มูลค่า 18 พันล้านบาท
ในเวลาเดียวกัน ยอดจองของโครงการคอนโดฯตลาดบนของ QH ที่หลังสวน มูลค่า
3.51 พันล้านบาทเริ่มเข้ามาแล้ว 500 ล้านบาทหลังจากเปิดโครงการช่วงปลาย 2Q53 ล่าสุด
กำลังขายอีก 5 ยูนิต มูลค่า 100 ล้านบาท ทางฝ่ายคาดหมายการขายปีนี้ที่ 800-900 ล้านบาท
และคาดหมายยอดโอน 4Q53 ที่ 700 ล้านบาท ซึ่งปรับเพิ่มจากประการเดิมที่ 500 ล้านบาท
ส่วนยอดโอนของโครงการนี้ในปี 54 ยังคงไว้ที่ 2 พันล้านบาท ทั้งนี้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจการ
เมืองมีเสถียรภาพ การขายเต็มปีในปีหน้าก็น่าจะได้เป็น 2 เท่าของการขายปีนี้ที่ได้ผลลบจากการ
เมืองช่วงต้นปี ส่วนอีกโครงการ Casa Condo ท่าพระ มูลค่า 590 ล้านบาท มียอดจองแล้ว
160 ล้านบาท ทำเลที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ต่อขยาย ซึ่งคาดว่าจะเปิดเดินรถได้ในปีหน้า การ
ขายและโอนก็น่าจะจบในปีหน้าได้ ขณะที่ ทางบริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 4 โครงการ
(1 โครงการภายใต้ Casa และอีก 3 ภายใต้ The Trust Residence) โดยที่
Casa Condo สุขุมวิท 97 เปิดขาย 4Q53 มูลค่า 518 ล้านบาท ก็น่าจะสร้างรายได้
โอนหมด ในปี 54
The Trust 3 โครงการใน 3 ทำเล: The Trust นวลจันทร์ มูลค่า 1.3 พันล้านบาท
ทางฝ่าย คาดว่าจะขายโอนรับรู้ได้ 40% (521 ล้านบาท) ในปี 54 ส่วนที่เหลือ 781 ล้านบาท
ในปี 55 ขณะที่ The Trust Residence ปิ่นเกล้า มูลค่า 2.2 พันล้านบาท และ The Trust
Residence พระราม 3 มูลค่า 2.5 พันล้านบาท น่าจะสร้างยอดขายและโอนได้ในปี 55
ประมาณ 50-60% หรือ 1.1 พันล้านบาท และ 1.5 พันล้านบาท การขยายโครงการคอนโดฯ มาก
ขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงของรายได้จาก คอนโดฯได้
ส่วนผสมของรายได้จากคอนโดฯและแนวราบ ทางฝ่ายคาดหมายรายได้จากการขาย
โครงการอสังหาฯปี 54 เติบโต 10% ต่อเนื่องจาก 32% ในปี 53
ยังเห็นโอกาสกำไรเติบโตต่อเนื่องในปี 54
รายได้จากธุรกิจเช่าไม่น่าจะมีการเติบโตมาก แม้ว่า Center Point หลังสวนจะปิด
ซ่อม 1 ปีเพื่อปรับปรุง แต่ อัตราการเช่าที่ต่ำมากในปี 53 ทำให้การปรับตัวที่ดีขึ้นในอาคารที่
เหลืออีก 7 โครงการจะทำให้ผล ลบไม่มาก รายได้ของ Center Point หลังสวนต่อปีที่อัตราการ
เช่า 60% อยู่ที่ 80 ล้านบาท ดังนี้รายได้รวมจะเติบโตจากรายได้อสังหาฯเป็นหลัก โดยคาด
หมาย Growth 29% และ 9% แม้ภาระภาษีอสังหาฯที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2Q53 รายได้ที่เติบโตสูง
ในปี 53 และ Margin อสังหาฯที่ดีขึ้นจาก 1H53 ซึ่งมีขายบ้านสต๊อกเก่า Margin ต่ำ กำไรก่อน
รายการพิเศษและกำไรสุทธิยังเพิ่มขึ้น 21% และ 27% ในเวลาเดียวกัน กำไรปี 54 ก็ยังมีโอกาส
เติบโต 7% แม้จะมีภาระภาษีอสังหาฯเต็มปี Margin ยืนได้ที่ 30-31% จาก 29% น่าจะผลักดัน
กำไรได้ในที่สุด
การประเมินมูลค่าหุ้น
แม้ว่าปัจจัยเร่งด้านยอดจองไม่มาก แต่ทิศทางการขายก็ยังคาดหวังได้ รวมทั้งแผนการ
ขายโครงการคอนโดฯยังคาดหมาย Momentum ที่ดีได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตต่อเนื่องไปในปี
54 ได้ราคาหุ้นค่อนข้าง Underperform ต่อกลุ่มฯเพราะรอ Momentum ยอดจอง อย่างไรก็ดี
ณ ราคาปิดล่าสุดซื้อขาย P/E ปีนี้ และ ปีหน้า เพียง 9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 11 เท่า และ
Yield ที่ 5-6% ทางฝ่ายคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 2.80 บาท ซึ่งปรับขึ้นจาก 2.60 บาท
ตามการ Roll-over P/E เป้าหมาย 11 เท่า ไปใช้กำไรปี 54
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/08/10 เวลา 9:21:40
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น