วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.กิมเอ็ง : SVI แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว

บล.กิมเอ็ง : SVI แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว ปรับราคาเป้าหมายลงจาก 3.25 บาท
เป็น 3.18 บาท

ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบยืดเยื้อถึงไตรมาส 3/53
ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบซึ่งยาวนานกว่าคาดมีโอกาสทำให้ กำไรอ่อนตัวลง
ในไตรมาส 3/53 ก่อนจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/53 และกลับมาเติบโตโดดเด่นในปีหน้า
การปรับลดประมาณการกำไรทำให้เราปรับราคาเป้าหมายลงจาก 3.25 บาทเป็น
3.18 บาท (อ้างอิง P/E ปี 2554 ที่ 8 เท่า) และปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ซื้อเมื่อ
อ่อนตัว ด้านเงินปันผลหลังจากจ่าย 0.1 บาท/หุ้นสำหรับไตรมาส 1 ไปแล้ว คาดว่า
บริษัทจะจ่ายเงินปันผลอีก 0.15 บาท/หุ้นหลังประกาศงบการเงินปี 2553

แรงกดดันหนักจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ
เนื่องจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัวและโตเร็ว มาก ทำให้มีปัญหา
ขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ IC ซึ่งผู้ที่สามารถจัดหาวัตถุดิบ
ได้คือบริษัทใหญ่ที่สั่งของล๊อตใหญ่โดยเฉพาะ บริษัทในกลุ่ม consumer
electronics คอมพิวเตอร์ และโทรคมนาคม สำหรับ SVI ซึ่งเป็นบริษัทเล็กและมี
ลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม (industrial) ประสบปัญหาในการหาวัตถุดิบมา
ตั้งแต่ช่วงต้นปีและยังต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 3/53 ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้
ตามที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ทีมจัดซื้อวัตถุดิบของ SVI ถูกซื้อตัวไปในช่วงไตร
มาส 2 ด้วย ปัจจุบันได้สร้างทีมใหม่แล้ว

แก้ปัญหาโดยตั้งสำนักงานซื้อวัตถุดิบในไต้หวัน
เนื่องจากการจัดหาวัตถุดิบในไต้หวัน จะทำได้ดีกว่าและได้ราคาดีกว่าการ
จัดซื้อจากในประเทศไทยมาก SVI จึงจัดตั้งสำนักงานจัดซื้อในไต้หวัน และจะทยอย
โอนหน้าที่การจัดหาวัตถุดิบไปที่นั่น คาดว่าจะส่งผลประโยชน์ชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส
2/54 เป็นต้นไป โดยผู้บริหาร SVI คาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรถึง 3-4%

อัตรากำไรถูกกดดันในไตรมาส 2 และต่อเนื่องมาในไตรมาส 3/53
การแข็งค่าของเงินบาท บวกกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้กดดันอัตรา
กำไรอย่างมาก เพราะการรอวัตถุดิบบางชิ้นทำให้ระยะเวลาการผลิตยาวขึ้น ต้นทุน
วัตถุดิบที่ซื้อเมื่อเงินบาทอ่อนกับการขายสินค้าเมื่อเงินบาทแข็งทำ ให้อัตรากำไรขั้น
ต้นลดลงเหลือ 10.1% ในไตรมาส 2/53 จาก 12.1% ในไตรมาสก่อนหน้าและ 12.7%
ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบยังคงมีต่อเนื่องและกดดัน
อัตรากำไรในไตรมาส 3/53 ด้วยสาเหตุนี้อีกทั้งไม่มีรายได้จากบริการอื่นที่มากกว่า
ปกติดังในไตรมาส ก่อนหน้าเราจึงคาดว่ากำไรไตรมาส 3/53 จะปรับตัวลง qoq ก่อนที่
จะฟื้นตัวในไตรมาส 4/53 ด้วยปัญหาวัตถุดิบที่คาดว่าจะคลี่คลายลงลงระดับหนึ่ง

ปรับลดประมาณการกำไรแต่ยังคาดว่ากำไรจะโตแข็งแกร่ง ในปีหน้า
ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่ยืดเยื้อทำให้เราต้องปรับลดประมาณการกำไร
ปกติปี 2553 ลง 8% (โดยการปรับยอดขายลง 3% และปรับอัตรากำไรจากการดำเนิน
งานลงจาก 8.5% เป็น 7.4%) เป็น 628 ล้านบาทหรือ 0.35 บาท/หุ้น (fully-diluted)
หรือโต 10% จากปีที่แล้ว แต่สำหรับปีหน้านั้นคาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโตโดดเด่นใน
อัตรา 24% เป็น 777 ล้านบาทหรือ 0.40 บาท/หุ้น จาก 1) สำนักงานจัดหาวัตถุดิบที่
ไต้หวันจะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ 2) แนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรม (industrial) ขยาย
ตัวอย่างมั่นคง 3) การขยายธุรกิจในกลุ่มเครื่องมือแพทย์คาดว่าลูกค้ารายใหม่ที่สั่งซื้อ
สินค้า ราว 6 ล้าน US$ ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 40 ล้าน US$ ในปีหน้า) 4) มีโรงงานใหม่
SVI-3 (จะเริ่มการผลิตในไตรมาส 3/53) รองรับ





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/08/10 เวลา 9:03:07

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น