บล.กิมเอ็ง : BIGC แนะนำซื้อ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 62 บาท
ผลประกอบการยังดีแม้เกิดความเสีย หายที่สาขาราชดำริ
กำไรไตรมาส 2/53 เพิ่มขึ้น 16% yoy เป็น 686 ล้านบาทแม้มีการปิดสาขาราช
ดำริ โดยมีการบันทึกความเสียหายและค่าชดเชยจากประกันภัยแล้วขณะที่ยอดขาย
ต่อสาขา เพิ่มขึ้น 3% ผลประกอบการในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากการฟื้น
ตัวของการอุปโภค บริโภคและการขยายสาขาในหลายรูปแบบ เราปรับเพิ่มราคาเป้า
หมายจากวิธีคิดลดกระแสเงินสดเป็น 62 บาท ปรับคำแนะนำจาก ซื้อเมื่ออ่อนตัว
เป็น ซื้อ
กำไรเพิ่ม 16% yoy แม้เกิดความเสียหายที่สาขาราชดำริ
แม้จะเกิดความไม่สงบทางการเมืองทำให้ BIGC สาขาราชดำริต้องปิดสาขา
ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. และถูกไฟไหม้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. แต่กำไรสุทธิไตรมาส 2/53
ของบริษัทยังเติบโต 16% yoy เป็น 686 ล้านบาทเนื่องจากมีการบันทึกความเสียหาย
และรายได้จากการชดเชยจากประกันภัย รวม 371 ล้านบาท (สินทรัพย์ 276 ล้าน
บาท และ สินค้า 95 ล้านบาท) รวมทั้งมีการบันทึกรายได้ชดเชยความเสียหายจาก
ธุรกิจหยุดชะงัก 42 ล้านบาท (บันทึกในรายได้อื่น) ขณะที่ยอดขายต่อสาขา (Same-
store-sales) ซึ่งไม่รวมสาขาราชดำริ เติบโต 3% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการ
แข่งขันฟุตบอลโลกซึ่งส่งผลให้สินค้าเครื่อง ใช้ไฟฟ้าเติบโตดี ส่วนสินค้าประเภท
อาหารก็ยังเติบโตในเกณฑ์ดี นอกจากนั้นยังมีการเปิดสาขาใหม่ที่มหาชัยเมื่อต้น
เดือน เม.ย. รายได้ค่าเช่ายังเพิ่มขึ้นแม้ปิดสาขาราชดำริ ทั้งนี้เนื่องจากอัตราเข้าเช่าที่
ยังสูงและการปรับค่าเช่าประจำปี ส่วนดอกเบี้ยจ่ายลดลงมากจาก 30 ล้านบาทเหลือ
เพียง 5 แสนบาทจากหนี้สินที่ลดลง โดย BIGC มีฐานะการเงินเป็นเงินสดสุทธิ (Net
cash)
ผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ดีต่อ เนื่อง
แนวโน้มในครึ่งปีหลังผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากการฟื้นตัวของ
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการจับจ่ายใช้สอย BIGC จะมีการเปิดสาขา 2-3 แห่งใน
ไตรมาส 4/53 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเปิดสาขาปีละ 4 แห่งควบคู่ไปกับการมี
พื้นที่ให้เช่าซึ่งช่วยให้มีรายได้สม่ำเสมอและช่วย เสริมอัตรากำไร ขณะที่บริษัทยังมี
การเปิดสาขาในรูปแบบที่แตกต่างไปโดยมีพื้นที่ขายขนาดเล็ก ลง ได้แก่ Mini BigC
ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อ เน้นขายสินค้าประเภทอาหาร (สัดส่วน 90%) มีพื้นที่ขาย 160
ตารางเมตร โดยคาดว่าจะเพิ่มจำนวนจาก 11 เป็น 15 สาขาในปีนี้ ส่วน BigC Junior มี
ลักษณะเหมือน BigC แต่มีพื้นที่ขายเพียง 2,000 ตารางเมตร มีสินค้าประเภทอาหาร
80% สาขาแรกเพิ่งเปิดที่สระบุรี บริษัทคาดว่าจะมีสาขา 2 แห่งในปีนี้ การมีสาขา
หลากหลายรูปแบบทำให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายในหลายช่องทางและเปิด
สาขาในพื้นที่ที่สาขาขนาดใหญ่ไม่ สามารถเปิดได้ BIGC ไม่ได้มุ่งเน้นเพิ่มอัตรากำไร
แต่เน้นเพิ่มเม็ดเงินกำไรด้วยการส่งเสริมการ ขายอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเพิ่มสัดส่วน
ยอดขายสินค้า Private label จาก 3% เป็น 4-5% ในปีนี้เพื่อช่วยรักษาอัตรากำไร
ปรับราคาเป้าหมายเป็น 62 บาท
บริษัทคาดว่าการซ่อมแซมและปรับปรุงสาขาราชดำริจะเสร็จและเปิดได้ใน
ไตรมาส 1/54 แต่จะมีการบันทึกรายได้ชดเชยจากธุรกิจหยุดชะงักต่อไปจนกว่าธุรกิจ
จะกลับมา สู่ระดับปกติก่อนเหตุเพลิงไหม้แต่ต้องไม่เกิน 18 เดือนนับจาก 19 พ.ค. 53
ซึ่งเราประเมินว่าค่าชดเชยจะอยู่ที่ประมาณ 90 ล้านบาทต่อไตรมาส อีกทั้งอาจมีการ
บันทึกกำไรจากสินไหมประกันภัยด้วย เรายังไม่ได้รวมค่าชดเชยและกำไรเข้าใน
ประมาณการปัจจุบัน อย่างไรก็ดีเราปรับราคาเป้าหมายเป็นปีหน้าทำให้ราคาเหมาะ
สมจากวิธีคิดลด กระแสเงินสดปรับขึ้นเป็น 62 บาท เราจึงปรับคำแนะนำจาก ซื้อเมื่อ
อ่อนตัว เป็น ซื้อ
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/08/10 เวลา 8:51:14
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น